รอบรั้ว มศว
 
มศว ตื่นตัว ตั้ง ชมรมเมาไม่ขับ แห่งแรกของสถานศึกษาในไทย
 
ข่าวอุบัติเหตุต้อนรับปีใหม่ 2560 ทั้งอุบัติเหตุใหญ่ อุบัติเหตุเล็ก แต่ละครั้งสร้างความสะพรึงกลัวและความโศกสลดมาสู่ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้องจนยากจะทำใจ ทั้งที่เกิดจากความประมาทความเผลอไผลหลับในของคนขับ รวมทั้งการเมาแล้วขับ
วันนี้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้ทำความร่วมมือกับมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อก่อตั้งชมรมเมาไม่ขับขึ้นในมหาวิทยาลัยให้เป็นชมรมเมาไม่ขับแห่งแรกของสถานศึกษาภาครัฐในระดับอุดมศึกษาของไทย ดำเนินกิจกรรมโดยนิสิตคณะสังคมศาสตร์เป็นที่แรก
นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช ประธานมูลนิธิเมาไม่ขับ เผยข้อมูลอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตคนไทยจากการเมาแล้วขับว่า “มูลนิธิเมาไม่ขับเกิดมาได้ 20 กว่าปีแล้วแต่ยังทำไม่สำเร็จ วันนี้ก็ยังมีคนเมาแล้วออกมาขับ อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเมาแล้วขับ เมื่อวานนี้มีพี่น้องคนไทยเราออกจากบ้านแล้วไม่ได้กลับเข้าบ้าน 30 กว่าศพ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 นับมา 7 วัน 7วันอันตราย ท่านทราบไม่ครับว่าคนไทยตายไปแล้วด้วยอุบัติเหตุ 140 กว่าศพ เฉลี่ยวันละ 24 ศพ ชั่วโมงละ 1 ศพ ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคือตั้งแต่วันที 1 มกราคม มาถึงวันสิ้นปี มีผู้เสียชีวิตทันทีบนท้องถนน 8,539 ศพ ยังไม่นับกับที่ไปตายในโรงพยาบาล ปี 2558 มีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนที่ประเทศไทยยังไม่ยอมรับคือ 24,000 ศพ บาดเจ็บแล้วได้กลับและไม่ได้กลับอีก ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตบนถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นอันดับ 1 ของเอเชีย ถ้าเราอย่างเป็นแบบนี้ต่อไปก็น่ากลัวเพราะไม่มีอะไรที่จะเป็นสาเหตุทำให้เราตายได้ง่ายมากขนาดนี้ เราไม่ได้ตายเพราะโรค ไม่ได้ตายเพราะยาเสพติด และเราไม่สามารถป้องกันเองได้แต่เราตายเพราะคนเมาที่มาขับรถ เราไม่ได้ขับรถเร็ว เคารพกฎจราจรทุกอย่างแต่เราก็ตายเพราะคนเมาแล้วขับ เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราต้องรู้สึกร่วมและขบคิด ไม่เคยรู้สึกว่าวันนี้เราออกจากบ้านขับรถไปเราอาจตายได้จากการที่มีคนเมามาขับรถ มีคนบอกว่าประเทศไทยมีสภาพท้องถนนที่เอื้อต่อการตายบนท้องถนนมากที่สุด มลพิษที่มีอยู่ในอากาศไม่ใช่ แต่เป็นมลพิษที่เป็นคนเมา คนที่ขับรถโดยประมาท โทรศัพท์ แชทไลน์ เล่นเฟสบุ๊กไป ง่วงแล้วขับ ทุกอย่างนี้คือมลพิษที่สามารถคร่าชีวิตท่านได้ทุกเพศทุกวัยทุกชนชั้นฐานันดร ผมอยากให้เกิดชมรมเมาไม่ขับขึ้นในสถานศึกษาซึ่งวันนี้มี มศว เป็นต้นแบบนำร่องแล้ว เพราะที่ผ่านมาเราคิดว่าไม่ใช่เรื่องของฉัน อยากให้มีชมรมเมาไม่ขับทุกมหาวิทยาลัย ซึ่งที่สหรัฐอเมริกามีเกือบทุกมหาวิทยาลัย อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เราต้องรณรงค์ให้เกิดการเมาไม่ขับโดยให้นิสิตนักศึกษามาเป็นคนต้นเรื่องทำ ผมหวังว่าสิ่งที่เราจะทำร่วมกันก็จะช่วยชีวิตคนไทยเราได้ปีละไม่น้อย มูลนิธิเมาไม่ขับและ สสส.ยินดีให้การสนับสนุนครับ”
รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดี มศว “มหาวิทยาลัยได้นำปรัชญาคำสอนของ ศ.ดร.สาโรช บัวศรี มาให้นิสิตยึดถือปฏิบัติคือการเป็นผู้มีความรู้ประดุจนักปราญช์ มีความประพฤติประดุจผู้ทรงศีล ทำให้นิสิตต้องประพฤติตัวให้มีอัตลักษณ์เป็นนิสิตที่มีสำนึกรู้คุณรู้โทษในสิ่งที่ถูกที่ผิด การที่มูลนิธิเมาไม่ขับได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย มาสร้างสำนึกสติให้นิสิตรู้พิษภัยของการเมาแล้วขับจึงเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยสร้างเยาวชนคนที่มีคุณภาพสู่สังคม สอดคล้องกับแนวนโยบายของการเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมและเป็นมหาวิทยาลัยปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ ว่างเว้นจากอบายมุขทั้งปวงเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนอนาคตของชาติและสังคมต่อไป”
ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ปรึกษามหาวิทยาลัย และอดีตอธิการบดี แสดงเจตนาความมุ่งมั่นว่าอยากให้เพิ่มเติมต่อยอดจากคำว่าเมาไม่ขับเป็นดื่มไม่ขับ โดยกล่าวว่า “ความร่วมมือนี้เป็นการเริ่มต้นที่น่าชื่นชมและอยากขยายผลต่อไป คือควรรณรงค์ ดื่มแล้วไม่ขับ เพราะการมีอัลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดก็ส่งผลต่อการตัดสินใจช้าลง ดื่มแล้วคิดว่าไม่เมาแล้วมาขับก็เป็นอันตราย ผมจึงอยากต่อยอดด้วยคำว่า ดื่มไม่ขับ ซึ่งควรรณรงค์ต่อไปให้ถึงแนวคิดว่า คนไทยไม่ดื่ม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม เป็นมหาวิทยาลัยสีขาว อันหมายความว่าเราจะปลอดจากอบายมุขทั้งปวง ปราศจากอัลกอฮอล์ บุหรี่ การพนันและพฤติกรรมก้าวร้าวที่สร้างความทุกข์ให้กับตนเองและส่วนรวม เยาวชนในสถานศึกษาควรตระหนักรู้ในคำว่า เราไม่ดื่ม เพิ่มเติมไปจาก เมาไม่ขับ เราไม่ดื่มจะเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้าสู่เมาไม่ขับไปโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเรายังดื่มแล้วเมาไปขับแต่ยืนยันว่าตัวเองไม่เมา ก็จะสร้างปัญหาต่อผู้อื่น ผมจึงคิดว่าในระดับเยาวชนซึ่งผ้าขาวสะอาดควรจะรณรงค์ให้ไกลไปถึงว่าเราไม่ดื่ม การจะเป็นไทยแลนด์ 4.0 การจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว การจะเป็นประเทศที่ยั่งยืนตามคำขวัญของกรมการอนามัยโลก การจะเป็นประเทศที่มีความสุข สงบและมีคุณภาพชีวิตที่ดีสูงขึ้น จำเป็นที่จะต้องมีความปลอดภัยในชีวิตเบื้องต้น หนึ่งในนั้นคือการที่เราไม่ดื่ม ท้ายที่สุดขอบคุณอย่างจริงใจในความพยายามของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มูลนิธิเมาไม่ขับ ขออวยพรให้ภารกิจอันทรงคุณค่ายิ่งในวันนี้ได้ดำเนินงานต่อเนื่องไปสมความตั้งใจของทุกท่าน”
ผศ.ชลวิทย์ เจียรจิตต์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ “จากการที่คณะสังคมศาสตร์เป็นผู้ประสานงานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมูลนิธิเมาไม่ขับกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งมูลนิธิเมาไม่ขับเป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการสร้างกระแสความตื่นตัวให้คนไทยเห็นถึงภัยจากอุบัติเหตุของการเมาสุราแล้วขับรถ ผลักดันกฎหมายหลายฉบับให้มีการห้ามขายสุราในร้านสะดวกซื้อในเวลาที่กำหนด ครั้งนี้เป็นครั้งสำคัญที่จะทำให้นิสิตในมหาวิทยาลัยทั้งที่นี่และที่อื่นๆ ได้ตั้งชมรมเมาไม่ขับขึ้นเพื่อร่วมกันรณรงค์ ซึ่งการเป็นมหาวิทยาลัยปลอดอบายมุขก็เป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒด้วย เป็นมหาวิทยาลัยสีขาว ปลอดเหล้าปลอดบุหรี่ รวมทั้งยังเป็นการดำเนินงานตามแนวการเป็นมหาวิทยาลัยรับใช้สังคมต่อไป เพราะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเน้นการผลิตนิสิตที่เป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข คณะสังคมศาสตร์มีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการริเริ่มให้นิสิตเข้าร่วมชมรมเมาไม่ขับครั้งนี้อย่างมาก”
นางสาวชิติพัทธ์ สุนทรสารทูล นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์ มศว “ดิฉันเคยมีประสบการณ์จากการสูญเสียคนที่รักในครอบครัวไปจากอุบัติเหตุเมาแล้วขับ จึงเห็นด้วยที่มหาวิทยาลัยจะจัดตั้งชมรมเมาไม่ขับ ซึ่งตัวดิฉันเองก็เป็นส่วนหนึ่งของชมรมเมาไม่ขับและจะรณรงค์ให้เกิดการตระหนักรู้ในกลุ่มนิสิตว่าเราจะไม่ดื่ม ไม่เมาแล้วขับ เราจะรู้เท่าทันพิษภัยของอบายมุขซึ่งมีผลเสียต่อตนเอง ผู้อื่น สังคมและประเทศชาติอย่างมหาศาล ชมรมเมาไม่ขับที่เพิ่มจะเริ่มต้นนี้จะเริ่มทำกิจกรรมการรณรงค์เมาไม่ขับควบคู่ไปกับมูลนิธิเมาไม่ขับ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเยาวชนและสังคม ลดอุบัติเหตุ ซึ่งขณะนี้ชมรมเมาไม่ขับก็จะมีนิสิตคณะสังคมศาสตร์โดยดิฉันเป็นผู้รับผิดชอบและจะมีนิสิตคณะอื่นๆ มาร่วมอีกในภายหลัง ขอสัญญาว่าจะรณรงค์เมาไม่ขับ ขยายความร่วมมือไปสู่เครือข่ายยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อไป เพื่อให้สังคมมีความสุข ปลอดภัยและเข้มแข็งสมกับความพยายามของมหาวิทยาลัยที่เป็นมหาวิทยาลัยสีขาวและมหาวิทยาลัยรับใช้สังคม”
ติดตามความคืบหน้าของชมรมเมาไม่ขับ มศว ได้ที่นางสาวชิติพัทธ์ สุนทรสารทูล นิสิตคณะสังคมศาสตร์ มศว และร่วมรณรงค์ให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้เป็นมหาวิทยาลัยสีขาวอย่างยั่งยืน

ภัทรพร หงษ์ทอง/ข่าว
กฤชสุวัชร์ ประโยชน์พิบูลผล/ถ่ายภาพ


 
แหล่งข้อมูล :: PR SWU   ประจำวันที่ 5 มกราคม 2560